•ติ้งติ้ง•'s profileGueng : ติ้งติ้งPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 28

    เดินทาง,,

     
     
     
    ได้เวลาพิมพ์ ซะทีนะ
    ไม่ใช่อะไรหรอก ขี้เกียจเฉยๆ 
    บวกกับ ไม่มีเรื่องจะพิมพ์ สมองตื้อ คิดไรไม่ออก
    เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ฉันได้เดินทางมาบ้านย่า
    นั่งรถโดยสารมากับน้องสองคน
    ตอนเย็นก่อนรถออก ไอ่น้องที่ขายตั๋วบอกว่า
    " พี่รีบๆ มาก็ได้นะ ประมาณ ห้าทุ่มอ่ะพี่ บางที เขาขับเร็ว "
    ฉันก็มาตามมันบอก เเต่มาก่อนเวลาที่น้องมันบอก สิบห้านาที
    ให้เเม่มาส่ง คือขนกันมาเยอะ พอสมควร
    คนที่จะเดินทางสองคน ฉันกับน้อง
    คนมาส่งสามคน เเม่ พี่ พี่ ๕๕๕
    นั่งรอๆ ๆ นานเหมือนกันนะ ห้าทุ่ม กว่าๆ ก็เเล้ว
    รถยังไม่มาเลย ในใจก็ด่าไอ่น้องคนนั้นไป
    เเม่ง ให้กูรีบมาทำไมวะเนี่ยยยย รอตั้งนาน
    ห้าทุ่ม สามสิบห้านาที เย่ๆ ในที่สุด รถก็มา
    ขึ้นรถกันๆ ๆ เเต่ปรากฎว่า ฉันยังไม่ได้นั่ง
    เเต่ซักพักก็ได้นั่ง ดีใจๆ จะได้ไม่ต้องเอ๋อ คนเดียว ๕๕
    ตอนเเรกก็คิดว่า ไม่นอนดีกว่าดูทางไปเรื่อยๆ
    เเต่สุดท้ายก็หลับอยู่ดี คนบนรถนอนกันเงียบมากมาย
    เเสงไฟเป็นเส้นๆ ตามทางเดินบนรถก็คอยปลุกผู้โดยสารเมื่อถึงเเต่ละสถานี
    ฉันยังไม่รู้เลยว่า สถานีที่ฉันจะลงหน้าตามันเป็นยังไง
    ในใจก็คิด ว่า เเล้วกูจะลงถูกไหมเนี่ยย
    ส่วนน้องฉันไม่อยากจะเอ่ยถึงเลย
    ขึ้นรถได้ เป็นต้องหลับตลอดทาง
    เพราะความเมา(รถ) ของมัน
    เลยคิดว่าพึ่งพาอาศัยอะไรไม่ได้เเน่ๆ อะไรๆ ก็กู
    เวลาประมาณ ตีหนึ่งสามสิบนาที ถึง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์
    รถได้จอดพักให้ผู้โดยสาร จับจ่ายตามอัธยาศัย
    ฉันว่า เเถวนี้มันเปลี่ยวๆ ถึงขั้นเปลี่ยวมาก
    เเต่ร้านอาหาร ร้านค้า ยังคงอ้าประตูต้องรับลูกค้าอยู่เลย
    เกือบๆ ตีสองเเล้ว ผู้คนทยอยพากันขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อ
    เเล้วฉันก็นอนต่อ หลับๆตื่นๆ ตลอดทางด้วยความระเเวง
    เวลาผ่านไป ถึงประมาณ ตีสาม สามสิบนาที
    ฉันเริ่มนั่งไม่ติดเบาะเเล้ว คิดตลอดว่ากูจะลงถูกไหมว้าา
    ถ้านั่งเลยไปไม่ใช่ใกล้ๆเลย มุกดาหารเลยนะนั่น  ๕๕๕
    ฉันรู้สึกอึดอัดยังไงไม่รู้เหมือนกัน
    เพราะฉันไม่รู้ว่าฉันอยู่ที่ไหนเเล้วในเเผนที่ประเทศไทย
    พอมีคนขึ้นรถจากสถานีที่เพิ่งจอด
    ฉันจึงถามเขาว่าที่นี่ที่ไหนเเล้ว
    พอเขาตอบฉันมานะ ความอึดอัดได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง
    ค่อยยังชั่ว อย่างน้อยก็รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
    ฉันต้องขอบคุณ คุณลุงหรือคุณน้า(ดีล่ะ) มากๆเลย
    ประมานตีสี่กว่าๆ อาการนอนไม่ติดเบาะกลับมาอีกเเล้ว
    ฉันจึงปลุกน้องให้ช่วยดูทางด้วย ว่าใกล้ถึงเเล้วใช่ไหม
    มันตื่นไม่ถึงนาทีก็นอนต่อ เออ มึงนะมึง
    เเต่ในที่สุด ก็ถึงสถานีปลายทางของฉัน
    ลงจากรถก็โทรศัพท์ ไปหาอา ให้มารับ
    ฉันมาถึงด้วยเวลา ตีสี่ สามสิบนาทีกว่าๆ
    รออาๆ ๆ ก็ประมาณ ตีห้า นั่นไงมาซะที
    บ้านย่าฉันไม่ได้อยู่ในอำเภอเมือง
    ต้องนั่งรถต่อไปอีก สี่สิบสี่กิโลเมตร
    นั่งไปได้ไม่นานก็ผ่านถนนที่สองข้างทางเป็นต้นสน
    เฮ้อ อ   อะไรจะน่าถ่ายรูปขนาดนี้นะ ๕๕๕
    มือใหม่ เครื่องกำลังร้อน บ้ากล้องนิดๆ
    ถ่ายไม่ค่อยถูกใจตัวเองเท่าไหร่
    เมื่อไหร่จะถ่ายได้สวยๆก็ไม่รู้
    เเต่ไงก็สู้ตาย ซักวันฉันต้องทำให้ได้
    ประมาณ ตีห้า สามสิบนาทีมั้ง ถึงบ้านย่าซะที
    ลงจากรถได้ยิน เสียงไก่ เสียงนก ออกหากิน
    ชอบบรรยากาศ ยามเช้าเเบบนี้จัง
    เเต่ไม่เคยตื่นเช้าเพราะทำไม่ได้
    เเต่ถ้านอนเช้า มาเเข่งกันไหมล่ะ ๕๕๕
    เข้าบ้านไปตรงปี่ไปที่ห้องนอนทันที
    เฮ้อ อ อ   ได้หลับเต็มตาซะทีนะฉัน
     
     
     
     
     
     
     
    April 16

    ชีวิตวุ่นวายดีนะ,,

     
     
     
    เย่ๆ ๆ ดีใจๆ ที่มีเรื่องมาพิมพ์อีกเเล้ว
    ก็เพราะว่าดิสเพลย์เนมบนเอ็มเอสเอ็นนั่นเอง
    ฉันตั้งไว้ว่า " ชีวิตวุ่นวายดีนะ "
    อ่านเเล้วอาจจะคิดได้หลายด้าน
    ทั้งบวก เเละลบ
    เเต่สำหรับฉัน จะคิดให้เป็นบวกละกัน
    ก็เพราะว่าชีวิตเราเนี่ย
    บางทีอาจจะโชคดีถูกลอตเตอรี่
    บางครั้งอาจจะโชคร้ายถูกไล่ออกจากงาน
    บางคราวอาจจะทั้งโชคดีเเละโชคร้าย
    ถูกเเฟนบอกเลิกเเต่ก็ดีเพราะเเฟนมันหลอกเรา
    ฉันว่าดีนะ ที่อย่างน้อยๆ เลย
    ก็มีเรื่องให้ครุ่นคิดบ้าง มีอะไรๆให้เราทำบ้าง
    มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรให้เราทำเลยไม่ใช่หรอ
    มันก็ยังดีกว่าชีวิตที่ไม่มีอะไรใหม่ๆเข้ามาเลยไม่ใช่หรอ
    บางคนอาจจะประสบกับความโชคร้ายที่สุดอย่างไม่เคยเจอ
    เเต่นั่นเเหละ คือบทพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า...
    คุณจะดำเนินชีวิตหลังจากเหตุการณ์นี้ได้ไหม
    ถ้าหากคุณผ่านสิ่งเลวร้ายนี้ไปได้
    ฉันเชื่อว่า ไม่ว่าเราจะเจออะไรอีก จะดีหรือร้าย
    เราย่อมผ่านจุดๆนั้นไปได้ด้วยดี ด้วยตัวเราเอง
    มันทำให้หัวใจเราที่อ่อนล้าเเข็งเเรงขึ้น
    มันทำให้หัวใจเราที่ไม่เคยประสบเรื่องร้ายๆยังเดินต่อไปได้
    ฉันเองก็เป็นคนนึง ที่ประสบพบมันเเละผ่านไปได้
    ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะถึงวันนี้
    ถึงวันที่ฉันต้องสูญเสียคนใกล้ตัวที่ฉันละเลยไป
    ฉันยอมรับว่า ฉันทำตัวไม่ดีกับเขาซักเท่าไหร่
    เเต่มารู้อีกที เมื่อสายไปเเล้ว
    มันรู้สึกผิดฝังใจเรื่อยมา นี่ก็จะปีนึงเเล้วนะ
    ความรู้สึกผิดยังมีอยู่เหมือนเดิม
    เพราะฉันย้อนเวลากลับไปไม่ได้อีกเเล้ว
    ซึ่งมันก็คือความจริงที่ฉันต้องยอมรับ
    เเต่ฉันก็ได้สัญญากับตัวเองไว้ว่า...
    ฉันจะดูเเลเเละปฏิบัติตัวดีๆ ต่อคนที่ฉันรักให้ดีที่สุด
    เพราะไม่รู้ว่าวันไหนที่เขาจะจากฉันไปอีก
    ฉันยังได้รู้อีกว่า ทุกวันนี้หัวใจฉันเข้มเเข็งขึ้นมาก
    เเละไม่ว่าจะเจออะไรๆ เลวร้ายเเค่ไหน
    ฉันเชื่อว่า ฉันจะผ่านมันไปได้ด้วยตัวเอง
    เเละฉันเชื่อว่า ฉันยังมีกำลังใจดีๆ อยู่ข้างๆมากมาย
    เเล้วคุณล่ะ มองเห็นกำลังใจเล็กๆ ข้างๆบ้างไหม
    ถ้าไม่เห็นลองมองดีๆสิ อย่างน้อยๆ ก็ฉันคนนึงล่ะ
     
     
     
     
     

    April 15

    SOMEONE,,,

     
     
     
    การได้ออกไปไหนมาไหนเนี่ย
    ทำให้เราได้อะไรใหม่ๆ มาคิดนะว่าไหม
    หลายวันเลยที่ฉันไม่มีอะไรจะอัพบล็อก
    ไม่มีอะไรใหม่เข้ามาให้คิด
    หนังสือที่เพิ่งซื้อก็ยังอ่านไม่จบ
    เพราะความขี้เกียจ เเค่นั้นเองล่ะ
    เเละก็เพราะมันมีอย่างอื่นให้จำเป็นต้องทำมากกว่า
    วันๆ ฉันก็ไม่ได้ไปไหนเลย
    ก็เลยไม่ค่อยมีอะไรให้คิดเท่าไหร่
    เเต่ตอนนี้กลับมาบ้านเเล้วล่ะ
    กลับมาเจอญาติๆ มากมาย
    วันที่ สิบสี่ เมษายน เป็นวันครอบครัว
    ที่บ้านฉันมีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่
    ซึ่งก็ทำกันเป็นประจำในทุกๆ ปีอยู่เเล้ว
    ทุกคนเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตา
    ญาติผู้ใหญ่ รุ่นปู่ย่า ตายาย ยิ้มเเย้มมีความสุขน่าดู
    ที่ได้เห็นลูกๆ หลานๆ กลับมาเยี่ยม
    จากที่เเยกย้ายไปคนละที่ทาง
    รุ่นลูกก็ไปทำงาน มีครอบครัว
    ส่วนรุ่นหลานอย่างฉันก็ ไปเรียนต่อ
    เทอมๆนึงเเทบไม่ได้กลับบ้านต้องรอวันหยุดยาวๆ
    ปู่ย่า ตายาย ท่านคงจะมีความสุขมากเลยล่ะ
    ที่ได้เห็นลูกหลานที่พวกเขาเลี้ยงดูมา
    กลับมาบ้านเกิดเมืองนอน ไม่หลงลืมกัน
    คงเคยได้ยินกันใช่ไหมว่า...
    ไม่มีที่ใดสุขใจเท่าบ้านของเรา
    ฉันเป็นเเค่เด็ก ตจว. คนนึงที่เคยเบื่อบ้าน
    เมื่อถึงเวลาที่จะเข้ามหาวิทยาลัยนั้น
    ก็อยากจะเลือกที่อยู่ไกลๆบ้าน ไกลญาติผู้ใหญ่
    ก็เพราะความเบื่อหน่าย เบื่ออะไรๆที่บ้าน
    เเต่เเล้วความคิดนั้นก็ได้หายไป
    ก็เพราะยิ่งเวลาผ่านไป อะไรๆก็เริ่มเปลี่ยนเเปลง
    ฉันก็คิดได้ จึงเลือกที่เรียนเเค่ในเมืองหลวงของเราก็พอ
    เทอมเเรกฉันอยู่หอ เเถวๆมหาลัย
    เรียนตั้งเเต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์
    เเทบจะไม่ได้กลับบ้านเลย
    เเล้วความคิดถึงบ้านของฉันก็เข้ามามีบทบาท
    เห็นรูมเมทกลับบ้านเเล้วรู้สึกอิจฉา
    อยากกลับบ้าง เเต่ไม่อยากขาดเรียน
    เเต่เเล้วก็ได้เวลากลับ
    เมื่อถึงวันหยุดเเต่มันก็หยุดเเค่ไม่กี่วัน
    กลับไปอยู่บ้านยังไม่ทันได้หายใจเลย
    ก็ต้องกลับมาเรียนอีกเเล้วหรอ
    รู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อมากๆ
    มันเหมือนไม่มีที่พึ่ง ไม่มีกำลังใจจะทำอะไร
    เเละเเล้วเทอมสองก็ได้ย้ายข้าวของมาอยู่บ้านป้า
    กลับมาตายรังอีกเเล้วสินะ ฉัน!!!
    เเต่อุ่นใจดีนะ อย่างน้อยๆ
    ก็รู้สึกว่า มันใกล้บ้านมากกว่า
    เเล้วความรู้สึกรักบ้านของฉันก็เข้ามาเพราะ...
    ที่บ้านฉันมีความรัก
    ที่บ้านให้กำลังใจกับฉันเสมอ
    ที่บ้านให้ความอบอุ่นกับฉันเสมอ
    ที่บ้านไม่ทอดทิ้งฉัน พร้อมอ้าเเขนรับเสมอ
    ที่บ้านมีคนที่ฉันรักเเละพวกเขาก็รักฉัน
    เพียงเเค่นี้ ฉันก็มีความสุขเเล้ว
    เเต่ก็ยังไม่พอหรอก เพราะว่า...
    ฉันยังต้องการคนที่รักฉัน
    เเละเป็นกำลังใจให้ฉันอิกซักคน
    เเต่ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน
    เเล้วเมื่อไหร่นะ ที่เราจะมองเห็นกันซักที...
     
     

    April 12

    ...

     
     
     
    ว่าด้วยสถานการณ์บ้านเมือง
    ใครได้ติดตามข่าวก็ คงจะทราบกันดี
    ว่าตอนนี้คงไม่มีข่าวไหนถูกตีลงเต็มหน้านสพ.เท่าข่าวนี้เเน่ๆ
    ฉันในฐานะคนไทยคนนึง
    เมื่อได้ดูข่าวเเต่ละครั้งนั้น
    ฉันคิดว่าใครอีกหลายต่อหลายคนก็คิดเเบบฉัน
    คิดว่า เมื่อไหร่ ประเทศจะสงบซะที
    เเค่นี้ประเทศก็บอบช้ำมามากพอเเล้ว
    หลายคนก็อาจถึงกับมีน้ำตา ซึ่งฉันก็เกือบเหมือนกัน
    เราเป็นคนไทยเหมือนกัน มีพ่อหลวงองค์เดียวกัน
    เเต่ ทำไมเราต้องมาตีกันด้วย
    ฉันไม่เข้าใจ!!!
     
     
     
    April 08

    เพ้ออ อ,,,

     
     
     
    เฮ้ยย ย ทำไรลงไปเนี่ยยยยย ฉัน
    เขาจะมองมาบ้างไหมนะ
    ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ โอ๊ย ย ย ย
    อาจจะเหมือนคนบ้านะ
    ไปปลื้มใครที่ไหนก็ไม่รู้เนี่ย
    เข้าขั้นเพ้อฝันเลยล่ะ เนอะๆ
    เขาจะหลุดออกมาเมื่อไหร่นะ เฮ้อ อ
    จะว่าฉันบ้าก็ได้นะ ไม่โกรธหรอก
    ก็มันเป็นไปเเล้วอ่ะ
    ไม่อยากให้เป็นฝันเเบบนี้ต่อไป
    อยากให้เกิดขึ้นจริงๆ จะได้ไหม
    อยากให้เธอเป็นคนในความจริง จะได้ไหม
    เฮ้อ อ อ ๆ ๆ ๆ  บ้าเเล้วๆ ๆ
    ฉันไม่ได้ปลื้มเพียงเเค่สิ่งที่เธอพิมพ์
    ฉันไม่ได้ปลื้มเพียงเเค่เพราะเราคุยกัน
    เเต่ฉันปลื้ม ปลื้มในความเป็นเธอที่เป็นเเบบนี้
    ถ้าถามฉันว่า เราคุยอะไรกันบ้าง
    ฉันตอบได้เลยว่า ฉันจำได้เกือบทุกๆเรื่อง
    เชื่อรึเปล่าล่ะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะ ก็งงๆ
    โอ๊ยยยยยยยยย อะไรเนี่ยกู เพ้อๆ ๆ เหอๆ
    เมื่อไหร่เขาจะเมียงมอง มองมาบ้างนะ
    เนี่ยก็ ฝันๆ ๆ  เหอๆ บ้าเเล้ววว
    ไม่ต้องมองมาก็ได้ เเค่นี้ก็สุขเเล้ว ๕๕๕
    เเต่ตอนนี้โล่งไปเปราะนึงเลยล่ะ
    ขอบคุณ คุณน้องเขยในอนาคต(รึเปล่า)
    ที่ช่วยให้เจ๊ กล้าหาญ เเล้วก็ด้านมากกว่าเดิม
    มิงั้นก็ อึดอัดอยู่นั่นล่ะ เฮ้อ อ
    อีกท่านๆ ๆ ขอบคุณ นิ้วกลมอย่างมากมาย
    ทำไมเราไม่รู้จักกันก่อนหน้านี้นะ
    เเต่ก็ดีกว่าไม่รู่จักเลยไม่ใช่หรอ
    ขอบคุณ ที่ทำให้หนูรู้จักเขา เหอๆ
    พอเเล้วๆ ๆ เดี๋ยวบ้ามากกว่าเดิม ๕๕๕
     
    ฉันก็ได้เเต่หวังว่า...
    ฉันคงจะฝันดี ฝันเห็นดวงดาวมากมาย
    ฝันเห็นเจ้าชาย เจ้าหญิง ฝันเเสนสวยงาม
    เนอะ!!!
     
     
     
     
     
     
     
    April 07

    เที่ยวกับตัวเอง,,

     
     
     
    ฉันเพิ่งจะรู้ว่าการได้ทำอะไรคนเดียวเนี่ย...
    มันก็มีความสุขเหมือนกันนะ
    อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องขึ้นอยู่กับใคร
    อยากไปไหนก็ได้ ตามใจต้องการ
    คิดเเล้วก็ อยากกลับไปอยู่หอเหมือนเดิมจัง
    จะได้ออกตะลอนถ่ายรูปยามค่ำคืน ๕๕๕
    เป็นอะไรที่ต้องการมากในตอนนี้
    เข้าเรื่องๆ  ดีกว่าเนอะ
    ก็เมื่อวันศุกร์ ที่ผ่านมานี้
    ฉันไปบุคเเฟร์มาคนเดียวเเหละ
    นั่งรถเมล์จากดินเเดนอันห่างไกล ณ ตลาดไท
    ไปลงที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว เพื่อต่อรถไฟใต้ดิน
    ฉันเห็นคนอื่นเขาไปกันเป็นกลุ่มๆ
    เลยกลับมาถามตัวเองว่า...
    จะมีใครบ้างนะที่ไปคนเดียวเหมือนฉัน
    จากที่ดูๆ เเล้ว คงจะไม่มีเลย เหอๆ
    เเต่ท่าทีของฉันใช่ว่าจะสนใจใครที่ไหนล่ะ
    ใส่หูฟัง ฟังเพลง สบายใจมากมาย ๕๕๕
    โลกของกูอะไรจะสุขได้ขนาดนี้นะ
    พอไปถึงก็ ไม่มีไรมาก ไม่ได้นัดใครไว้
    ก็เดินดุ่มๆ ไปหาบูธเป้าหมายเลยละกัน
    ก็ คือ x06 นั่นเอง
    เข้าไปก็หยิบๆ อย่างเดียว ไม่สนใคร
    จำไม่ได้ว่าซื้อไปกี่เล่ม จากบูธ นี้
    เเต่ที่จำได้เเม่นๆเลยก็คือว่า...
    เมื่อฉันถามหาหนังสือ ของนักเขียนสุดโปรด
    ด้วยสีหน้ายิ้มๆที่มีความหวัง
    " พี่คะ มี m&m ไหม "
    พี่เขาตอบว่า
    " หมดเเล้วค่ะ มันเป็นหนังสือทำมือ
    พี่เอ๋ เขามาฝากไว้ ถ้าไม่มีที่นี่ก็หาซื้อยากเเล้วค่ะ "
    ฉันตอบด้วยสีหน้าทื่เปลี่ยนไปทันตาเห็น
    " อ๋อ  ค่ะๆ ๆ ไม่มีเหลือบ้างเลยหรอ ฮือ อ  "
    " พี่คะ เเล้วระยะทางอันห่างใกล้ ล่ะคะ "
    พี่เเกตอบ
    " เป็นของ สนพ.วงกลม ค่ะ ต้องไปที่บูธ...(จำไม่ได้เเล้ว) นะคะ "
    ฉันก็ขอบคุนพี่เขา เเล้วก็จ่ายเงิน
    โอ๊ยยย อด m&m เลย
    ในใจก็คิดไปเป็นไรก็ได้วะ เเม่ง ง งง
    เเต่ก็หวังว่าพี่เอ๋ จะสงสารหนูบ้างซักนิดนึงก็ยังดี ๕๕๕
    พิมพ์ อีกซักร้อยสองร้อย หนู จะรีบปรี่เข้าไปซื้อซัก ห้าเล่มเลย
    พอเสร็จจากบูธนี้ ก็เดินไปยังบูธ เป้าหมายอีกหนึ่งบูธ
    ในที่สุดได้หนังสือ ที่ต้องการ ไว้ครอบครองครบเเล้ว
    ไม่รู้จะซื้อเล่มไหนต่อ เพราะสมองไม่มีข้อมูลเเล้ว
    ก็เลย ไปเซิส หา ข้อมูลหนังสือ เล่นๆ
    เเล้วก็ มีผู้ชายคนนึงเขาเดินเข้ามาหาฉัน
    เขาบอกฉันว่า เขาใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น
    อยากให้หาบูธของสนพ.นี้ให้หน่อย
    ฉันก็พิมพ์ ตามที่เขาบอก เเต่ก็ไม่เจอ
    ฉันว่า ฉันเคยซื้อหนังสือของ สนพ.นี้นะ เเต่กลับนึกไม่ได้
    เลยรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ที่ช่วยเขาไม่สำเร็จ
    เหมือนจะเป็นคนดีเลยเนี่ย ๕๕๕
     
    ดูเวลาก็บ่ายนิดๆเเล้ว หิวๆ ๆ สุด ๆอ่ะ
    ก็เลยไปหาสะเบียง มาตุนๆ ๆ ๕๕๕
    ก็ไปซื้อๆ  ซื้อเสร็จ หาที่นั่งไม่ได้
    สายตาก็มองไปเห็นป้าคนนึง เเกนั่งอยู่คนเดียว
    เลยเข้าไปขอที่นั่ง ด้วยความที่ว่าฉันกล้าขอ
    เขาก็เลยให้ฉันนั่งมั้ง เเล้วซักพักก็ มีคนอีกสองคนเข้ามานั่ง
    เวรกรรมเเล้วกู จะมีน้ำใจให้กูเพื่อ ??
    ก็เพราะว่า มันเป็นโต๊ะ สี่คน เเล้วเขาสามคนรู้จักกัน
    ในใจฉันคิด กูเป็นใครเนี่ยย มานั่งทำอะไรตรงนี้
    โอ๊ยย ๆ  สุดจะกดดันมากมาย
    ยิ้มให้ก็ไม่ยิ้มตอบ ก็นะ คนเรา เฮ้อ อ
    เเค่นี้ก็คงเพียงพอเเล้ว
    ฉันก็รีบๆ กิน รีบๆไป
    เเล้วก็เดินๆ ๆ ต่อเรื่อยเปื่อย สุขใจ ๕๕๕
    ประมาณ บ่ายสอง กว่าๆ คิดว่าจะไปหาซื้อ a day ซักหน่อย
    เลยนั่งรถไฟฟ้า กลับไปที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว เช่นเคย
    ขณะที่นั่งนั้น...
    ฉันก็คำนวณ เงินที่ได้หลุดลอยออกจากประเป๋าสตางค์สีเขียวอ่อนสุดเริด
    เงินที่ใช้ไป เป็น จำนวน พันกว่าบาท ๕๕๕ กูทำไปได้
    พอถึงปุ๊บ ก็เเวะเข้าร้านเเมงป่อง เห็น The Begins จับอยู่นานสองนาน
    สุดท้ายก็ ตัดสินใจ ซื้อ เดินไปจ่ายตัง เสียไปอีก 132 บาท
    เเล้วก็เดินไปร้านเป้าหมาย
    ร้านหนังสือร้านนี้ซึ่งฉันไม่เคยจะหา a day เจอเลยเเม้ซักครั้ง
    เเล้ววันนี้มันจะมีให้กูไหมเนี่ย เฮ้ออ อ
    เดินวนๆเวียนๆตรงเเมกกาซีน หนึ่งรอบ ก็ไม่เจอ
    ไหนๆก็มาเเล้ว เดินอีกซักรอบดีกว่า
    เย่ๆ ๆ ดีใจสุดฤทธิ์ ในที่สุดก็เจอจนได้ เล่มสุดท้ายซะด้วยสิ
    ไม่รู้ว่ามีใครเอามาวางไว้รึเปล่า
    เเต่ฉันหยิบเเล้ว ๕๕๕ เเล้วก็ไปจ่ายเงิน อีก 70 บาท
    เฮ้ออ  วันนี้เมื่อยมากๆ ๆ
    ไปยืนรอรถเมล์กลับบ้านก็นานได้อีก
    ขึ้นไปก็ไม่มีที่นั่ง เซ็ง สุดๆ ยืนได้ซักพักก็ได้ที่นั่งละ
    เเล้วฉันก็หลับเกือบถึงบ้านด้วยความเหนื่อย
    ถึงบ้านก็มานั่งคิด โหย ยย  วันนี้สนุกดีจัง
    ใครว่าฉันไปเที่ยวคนเดียวมาล่ะ
    วันนี้ฉันไปเที่ยวกับตัวเองมาต่างหาก...
     
     
     
     
     
     
     

    April 06

    JUST BE YOURSELF

     
     
     
     
    เมื่อวานละก้อเมื่อเช้าที่ผ่านมา
    มีรุ่นน้องมาปรึกษาฉันเรื่อง...
    การเลือกเข้าเรียนคณะต่างๆในมหาลัย
    มีน้องคนนึง เค้าสับสนมาก
    จากคะเเนนที่น้องเค้าบอกฉันมานั้น
    เยอะเลยทีเดียวถ้าเทียบกับฉันเเล้ว เหอๆ
    น้องเค้าเคยบ่นๆ ว่า...
    นู่นก้ออยากเรียนนี่ก้ออยากเรียน
    เพียงเพราะมีคนเเนะนำเท่านั้นเอง
    เเต่กลับไม่เคยถามตัวเองชัดๆเลยว่า
    สิ่งที่ตัวเองต้องการจิงๆ คืออะไร
    อาจเพราะฟังคนอื่นมากไป
    เเต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกจิงๆ
    เราคนเดียวเท่านั้นที่จะตัดสินใจได้
    น้องเค้าคิดเพียงเเค่ว่าจบเเล้วจะมีงานทำไม๊
    เค้ากลับไปใส่ใจตอนจบทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มต้น
    ถ้าหากมันดำเนินไปถึงตอนจบจิงๆ
    อาจจะดีกว่าที่เราคิดไว้ในตอนเเรกก้อได้ ว่าไม๊?
    มันจำเป็นด้วยหรอที่เราจะทำงานตามสาขาที่จบ
    จิงๆเเล้ว มันไม่จำเป็นหรอก
    คุนอาจจะชอบเรียน วิทยาศาสตร์
    เเต่ไม่ชอบทำงานด้านนี้ก้อได้
    เรื่องของอนาคตไม่มีใครรู้ได้หรอก
    เเต่ที่เราต้องในตอนนี้คือ...
    ค้นหาความเป็นตัวตนของคุนเอง
    ถ้าเจอเเล้วก้อพุ่งไปหามันซะ!!!
     
     
     
     
    April 05

    ALONE 'N THANKS

     
     
     
    เคยทำอะไร ไปไหน มาไหน คนเดียวบ้างไม๊
    ฉันเพิ่งสังเกตว่า ฉันก้อตัวคนเดียวมานานเเล้ว
    ไม่ว่า...
    นั่งรถเมล์ไปเรียน คนเดียว
    รอเพื่อนก้อต้องเดินไปตึกเรียน คนเดียว
    กินข้าวก้อ คนเดียว
    เรียนเสดก้อกลับบ้าน คนเดียว
    ยืนรอรถเมล์ คนเดียว
    กลับถึงบ้านก้ออยู่ในห้อง คนเดียว
    ชีวิตในเเต่ละวันเเทบไม่มีใครเข้ามาเลย
    มันก้อสมควรเเล้วที่เปนเเบบนี้
    เพราะตอนที่มีเค้าอยู่ ฉันกลับมองไม่เหนค่า
    คิดเเค่ว่า มีเค้า ก้อเหมือนไม่มี ฉันอยู่คนเดียวได้
    เเต่ตอนนี้กลับมาคิดได้เเล้วว่า...
    ดีเเค่ไหนเเล้ว อย่างน้อยก้อมีคนให้ฉันคิดถึง
    เเล้วเค้าก้อคงจะคิดถึงฉันบ้าง(รึปล่าว?)
    เเต่ทำไมเพิ่งจะมาคิดได้ตอนที่สายไปเเล้ว
    สมน้ำหน้าตัวเอง เปนไงล่ะ นั่งคิดถึงเค้าให้เข็ดไปเลย
    คิดเข้าข้างตัวเองอยู่บ้างว่า เค้าจะโทรหาฉัน
    เเต่ยังไงก้อต้องยอมรับความจิง ความจิงที่ฉันเปนคนเลือกเอง
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    ::ขอบคุนครอบครัวฉัน::
    โดยเฉพาะเเม่ กะ น้องสาว(ฉาว) ^^ ก้อเราเหลือกันเเค่นี้ โนะๆ

    ::ขอบคุนเพื่อนๆ::
    อิโอ,, เมื่อไหร่มึงจะเลิกเดือดร้อนเเทนเพื่อนซักทีนะ มึงเปนคนดีจิงๆ
    อิต่าย+อิเเนน,, เลิกเเซวกุได้เเล้ว ๕๕๕ เเหมๆ เดี๋ยวนี้มีฟงมีเเฟน หมั่นไส้+อิจฉา !!!
    อิไข่ดาว,, กุเข้าใจมึงมากขึ้นกว่าเดิมอิกนะ เข้าใจเเล้วว่ามึงคิดถึงมันขนาดไหน
    อิเเอน,, ที่ปรึกษา+เม้าท์ เรื่องในค่ายทหาร ๕๕๕
    อิปอม,, สาววิดวะ เพื่อนร่วมสถาบันยันปัจจุบัน มึงยังคงเบลอเหมือนเดิม
    เเต่ให้อภัยเพราะสาว มก. น่ารัก ๕๕๕ (เกี่ยวป่ะ?)
    อิทิต,, ที่ปรึกษาเรื่องหัวใจ เเม้มึงจะชอบด่ากุว่าเพ้อ เเต่กุก้อเพิ่งรุว่า...
     ความรักมึงก้อไม่ค่อยจะรอด เฮ้อออ
    อิบิ๋ม,, ช่วงนี้ห่างหายหน่อยนะ มึงอย่าเเดกเหล้าให้มากนัก
     พี่กุบอกงั้นนะ ไปเคลียร์กันเอาเอง เเต่ไงก้อเปนห่วง
    น้องปอ,, คุนหมอ ณ ร.พ.ยาพารา เเกเเอบลืมฉันบ่อยไปไม๊ เชอะๆ ๆ
    เรียนหมอบ้าอะไรเที่ยวเปนว่าเล่น อิจฉาหวะ ๕๕๕ ว่างๆ ไปเดินฟิวกัน เนอะๆ
    ยัยเม,, สาวอุบลคนดั้งเเหมบ ล้อเล่นนะ ฉันกะเเกสนิทกันได้ไงวะ งง!!!
    อาจเปนเพราะสครับบ^^ ตอนนี้เเกหายไปไหนเนี่ย คิดฮอดล๊ายหลาย
    ไอ่ปั๊ก,, ฉันกะเเก เจอกันได้ไงเนี่ย อาจเปนเพราะสครับบ อิกเช่นกัน
    เเกนี่เริ่มเเรดขึ้นทุกวันเลยนะ ถ้าเเกไม่มีเเฟนฉันคงคิดว่าเเกเปนเกย์ไปละ ๕๕๕
    ดีใจด้วยนะ ที่เกรดเเกขึ้น เเต่ก้อน้อยกว่าฉันน่ะนะ
     
    ::ขอบคุนเพื่อนๆ บัญชีเปที่น่ารัก 1 ปีนี่ก้อเรวเนอะ จะมีรุ่นน้องเเล้ว เจอกันรับน้องนะจ้ะ::
    ขนุน,, ขอบคุนที่ปรึกษา+ระบายได้ทุกเรื่องเลย ทริปต่อไปที่ไหนกันดีจ้ะ ๕๕๕
    น้ำ,, ขอบคุนสำหรับที่อยู่อาศัยยามสอบ^^ ฉันกะเเจน จะไปบุกบ้านเเก ๕๕๕ กระบี่ๆ ๆ
    อิจุ๊บ(เเจง),, ขอบคุนที่ให้กุปลดปล่อยสันดานเดิมๆ กุพูดกะมึงได้คนเดียวนะเนี่ย
    คนอื่นกุมิกล้า ๕๕๕ ไม่รุว่าทำไม สนิทชิดเชื้อได้ขนาดนี้เนอะๆ
    เเจน,, เเก ๆ ไปปายกันเถอะ ๕๕๕
    อู๋,, จะเรียนเก่งไปไหนเนี่ย เฮ้อ อ   อิจฉานะ
    ไอซ์,, รีบๆ ขอพ่อนะ เราจะไปค่ายอาสากัน
    นิกซ์,, เเฟนคลับ เเพนเค้ก+โฟร์มด ทำไมเเกชอบเเกล้งฉัน ฮะๆ ๆ 
    เเฟร์,, สาวกอะบุค,เบเกอรี่+คลั่งพี่เเตมป์สุดริด ๕๕๕ 
    พวกเเกเปนเดกดีกันจังวะ อย่างน้อยก้อไม่ เที่ยวเตร่ ขี้เมา เยี่ยงฉัน เหอๆ
    อยู่กะพวกเเกเเล้วฉันเปนเดกดีเหลือเกิน เเอบดีใจ
    เเม่ฉันคงพูมใจน่าดูเลยล่ะ
     
    ::ขอบคุนทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตฉัน::
     
     
     
     
     
    April 04

    เพียงเเค่เปิด...

     
     
     
    รุรึปล่าว อะไรเปนตัวกำหนดว่า
    จิตใจเรา จะสงบ หรือว่า วุ่นวาย
     
    เพื่อนข้างๆ ที่คุยโทรศัพท์เสียงดังน่ารำคาญ
    สามีภรรยา คู่นึงที่กะลังทะเลาะกัน
    กลุ่มคนที่นั่งสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน
    เเละก้อ สิ่งเเวดล้อม ต่างๆมากมาย ที่อยู่รอบๆตัว
     
    ทุกสิ่งที่กล่าวไปนั้น ไม่ได้มีผลอะไรเลย
    หากเรากล้า...กล้าเดินเข้าไป...
    ทำความเข้าใจ ยอมรับ สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น
    บางทีเหตุการณ์ที่ว่าวุ่นวาย
    อาจจะไม่ทำให้ใจเราที่สงบอยู่นั้น
    เกิดปฏิกิริยาอะไรเลยก้อได้

    เพียงเเค่เรา เปิดใจ
    ลองถามตัวเองดูสิว่า เรานั้นเปิดใจเเล้วหรือยัง
    ???
     
     
     
     
     
     
     

    ความสุข!!!


     
    ความสุข!!! สิ่งนี้มันส่งถึงกันได้ดีจิงๆนะว่าไม๊
    เคยดูโฆษณาตัวนึงรึปล่าว??
    จำไม่ได้เเล้วว่าสินค้าตัวไหนอ่ะ
    เเต่ดูเเล้วรุสึกดีมากๆ ยิ่งถ้าเรารุว่าเราทำดีไปเเล้ว
    เค้าไปทำต่อให้กะอิกคนนี่ มันชั่งสุขใจมากเลยล่ะ
    เเม้ว่าทำไปเเล้วจะไม่ได้อะไรตอบเเทนมา
    เเต่ได้เพียงรอยยิ้ม(เเฉ่ง) ^___________^
    เฮ้อ อ เเค่นี้ก้อเพียงพอเเล้วล่ะ ว่าไม๊
    .

    .

    .

    .
     
    เเล้วคุนล่ะ ว่าไง ???