•ติ้งติ้ง• 的个人资料Gueng : ติ้งติ้ง照片日志列表更多 工具 帮助

Gueng : ติ้งติ้ง

•GUENG• •ติ้งติ้ง•

职业
兴趣
5月13日

บลา บลา บลา,,




I>>>

ฉันก็เเค่คนไม่พิเศษ ที่เฝ้าวอน ขอดาวเพื่อหวังเพียงพบใครสักคน
เธอคนนั้นอยู่ที่ไหน เเล้วรักของเธอมีจริงหรือเปล่า
เป็นคำถามโง่ๆที่ไม่มีคำตอบจริงๆ เเล้วคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ฉันนั่งที่เดิม
ริมหน้าต่างห้องนอน มองดาว มองฟ้า พร้อมกับความคิดที่ไม่รู้มาจากไหน
คืนนี้ไม่อยากนอนเเล้ว เพราะอีกไม่นานก็เช้่า เเล้วฉันจะพบเจออะไรบ้างนะ
ในเช้าวันใหม่ ได้เเต่ภาวนา ขอให้พบเจอสิ่งดีดีด้วยเถิด เพื่อให้เป็นเเรงบันดาลใจ
ที่จะก้าวในวันต่อๆไป



II>>>

จะมีบ้างไหม ใครที่พร้อมจะยืนเคียงข้างฉัน เเละพร้อมจะก้าวไปด้วยกัน
จนสุดทาง ระหว่างทางที่เดินไปนั้นอาจจะมีอุปสรรคมากมายขวางกั้น
เเต่เขาคนนั้นก็ไม่คิดทิ้งกันไว้กลางทาง สิ่งที่คิดในตอนนี้ก็ดูเหมือนจะห่างไกลเหลือเกิน
กับความจริงที่เจอวันวันก็ได้เเต่เขียนถึงคนบนฟ้า ว่าเมื่อไหร่นะ
จะกำหนดให้ฉันเเละเขาได้พบกันสักที ฉันก็หวังว่าคงจะมีสักวันหนึ่ง
ฉันขอเพียงเเค่ได้พบเธอก็พอ






ปล.
อ่านเเล้วก็เหมือนจะเพ้อเพ้อหน่อยนึงมั้ง
มันเป็นชื่อเพลงก็เลยเอามานั่งเขียนต่อกันเล่น
พอดีว่างว่าง ก็เลยทำเล่นเล่น ขำขำ น่ะ
ไม่รู้ว่ามันใช่ตัวฉันรึเปล่า
เเต่ที่เเน่เเน่ มันคือความสุขของฉัน ๕๕๕
เออนี่ ถ้าไม่รู้จักเพลงไหนก็บอกนะ
เดี๋ยวร้องให้ฟัง ๕๕๕

1.คนไม่พิเศษ...Nadia
2.วอน...The Peachband
3.ขอดาว...Portrait
4.รักของเธอมีจริงหรือเปล่า...P.O.P
5.คำถามโง่ๆ...Cutto
6.คำตอบ...YKPB
7.ดาว...Pause
8.ฟ้า...Scrubb
9.ความคิด...Stamp
10.คืนนี้...TMT ft. Mariam
11.อีกไม่นานก็เช้า...The Peachband
12.วันใหม่...รัดเกล้า
13.ภาวนา...โก้ Mr.Saxman
14.จะมีบ้างไหม...โบ TK
15.ใคร...ป๊อด
16.ด้วยกัน...Mariam
17.จนสุดทาง...เบน ชลาทิศ
18.ระหว่างทาง...Lemon soup
19.ตอนนี้...Mr.Z
20.ห่างไกลเหลือเกิน...ป๊อด
21.เขียนถึงคนบนฟ้า...พิง ลำพระเพลิง
22.เมื่อไหร่...Superbaker
23.สักวันหนึ่ง...มาริสา สุโกศล
24.เเค่ได้พบเธอ...P.O.P
25.พอ...Scrubb










5月5日

ความคิด ณ ปลายนิ้ว,,




ความคิด ณ ปลายนิ้ว
รู้สึกว่าคอนเซ็ปต์นี้ ฉันคิดได้เป็นชาติเเล้ว
เเต่ยังนึกไม่ออกว่าจะพิมพ์ออกมาในรูปเเบบไหนดี
นั่งคิด นอนคิด ยืนคิด เวลากินยังไม่วายคิด
(นี่มันจริงๆนะ มันเหมือนเป็นส่วนนึงของฉันไปเเล้ว)
เเต่พอเริ่มเกริ่นได้ซักพัก...
ความคิดมันก็ค่อยๆ ถูกปล่อยออกมา ทีละนิดๆ
เริ่มเข้าคอนเซ็ปต์บ้างรึยังนะ
คุณว่า จริงไหม ถ้าเรายังไม่ได้เริ่มทำสิ่งๆนึงที่คิดไว้
ก็ไม่มีทางจะคิดออกหรอกว่าต้องทำอะไร อย่างไร
อย่างไหน อันไหน ทำทำไม เพื่ออะไร
เราจะรู้่ก็ต่อเมื่อมีความจริงจัง จะทำมันจริงๆ
เราจะรู้ก็ต่อเมื่อพาร่างกายอันประกอบด้วย
หนึ่งสมอง เเละสองมือของตัวเองไป ณ จุดๆนั้นเพื่อลงมือทำ
ตัวอย่างใกล้ๆตัวฉันนั้นก็พอเเนะนำได้
คิดว่าคงไม่พ้นการที่อาจารย์สั่งให้เขียนเรียงความส่ง
การเขียนเรียงความ เอ่ยขึ้นมาเเล้วหลายคนคงถึงกับหันหน้าหนี
บอกได้เลยว่า ฉันก็คนนึงล่ะ
ทำไมต้องให้เขียนเรียงความด้วยนะ ยิ่งชอบๆอยู่ (ประชด)
สั่งก็ไม่ใช่น้อยๆเลยนะ สามหน้ากระดาษ A4 อย่างต่ำ
ตามวุฒิภาวะของนักศึกษามหาลัยมั้ง (รึสามหน้ายังน้อยไปวะ ๕๕๕)
เเล้วฉันจะเขียนเสร็จเมื่อไหร่ ละเนี่ย ย ย
ด้วยความที่โง่ดักดาน คิดไม่ออก สมองตื้อ กับงานเเบบนี้
บวกกับความขี้เกียจโดยส่วนตัวด้วยเเล้ว
ทำให้ระยะเวลาทำงานจากหนึ่งอาทิตย์ (มหาลัยหยุดเกษตรเเฟร์)
ที่อาจารย์ได้บัญชามานั้นเหลือเพียงสองคืนก่อนวันส่งงานเท่านั้น
ไม่นานนักฉันก็ได้เริ่มเขียนคำนำ ขึ้นมา
โดยที่ฉันก็ได้เปิดหนังสือดูตามบ้าง เหอๆ
ความคิดก็ค่อยๆ หลั่งไหล ออกมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ
คืนเเรกผ่านพ้นไปกับเรียงความหน้ากว่าๆ
ฉันได้ทำการร่างๆ ไว้ พองาม วกๆ วนๆ ไปๆ มาๆ
คืนที่สองมานั่งอ่านๆๆ ๆ ที่เขียนไป ละก็นั่งคิดต่อ
เย่!!! ในที่สุดก็สำเร็จ เเต่ยังไม่เสร็จดีน่ะสิ
ต่อมานั่งละเมียดละไม้ลอกลงกระดาษรายงาน
ด้วยตัวบรรจงสละสลวย สวยงาม
ตัวหนังสือ ตัวโตๆ เป้งๆ เอกลักษณ์ของฉันเลยล่ะ
ระหว่างลอกอยู่นั้น ความคิดก็เพิ่มมาเป็นระลอกๆ ๆ
เเละเเล้วการเขียนหนังสือตัวใหญ่+เขียนเพิ่มบ้าง
ก็ทำให้เรียงความที่ร่างไว้เพียงสามหน้านิดๆ
มีการขีดฆ่าข้อความบ้างประปราย(พิมพ์ถูกไหมหว่า)
ก็ถูกบรรจงเขียนลงกระดาษรายงานสี่เเผ่นเรียบร้อย
เขียนตัวใหญ่ มันดีอย่างนี้ล่ะน้า เพื่อนพากันอิจฉาพร้อมคำเหน็บเเนม
ตัวอย่างก็มีเเค่้นี้ เเต่มันเข้ากับคอนเซ็ปต์ ที่ฉันคิดไว้ไหม
ก็คงจะเข้าบ้างล่ะมั้ง ถ้าถามฉันน่ะ ก็ฉันคิดเองนี่นา
เพราะเพียงเเค่ฉันได้เริ่มจับตัวอักษร มาเรียงกัน
สมองก็ได้เกิดกระบวนการคิดขึ้นมา
เเล้วก็ได้ส่งความคิดมาที่ปลายนิ้วของฉัน
ฉันก็นั่งพิมพ์ยิกๆ หรืออาจจะเขียนยิกๆ
บางทีก็ตามไอ่ความคิดของตัวเองไม่ทันซักเท่าไหร่
ความคิดที่ได้ก็เป็นผลมาจากการอ่านเยอะ พบเจออะไรๆเยอะ
คิดเยอะๆ ของฉันรึเปล่า อันนี้ก็ยังไม่รู้หรอก
ฉันก็ยังไม่เเน่ใจเท่าไหร่ เพราะที่บอกฉันคิดว่ามันยังไม่ใช่ตัวฉันนะ
(ปกติเเล้ว เป็นคนไม่ค่อยคิดอะไรเท่าไหร่ ออกจะขี้เกียจซะด้วยซ้ำ ๕๕๕)
คนเราทุกคนเมื่อพบเจออะไรมา มากมาย
จะเก็บไว้คนเดียวก็ดูจะขี้เหนียวไปหน่อยเนอะ
ก็เลยมาระบาย เเบ่งเบา เเบ่งปัน ความคิด ความรู้สึกเเก่ผู้อื่นบ้าง
ถึงเเม้จะรู้เยอะ ขนาดไหน เเต่ไม่บอกต่อ มันจะเกิดประโยชน์อะไรล่ะว่าไหม
นี่ล่ะมั้ง " ความคิด ณ ปลายนิ้ว " ของฉันในบล็อกวันนี้




4月28日

เดินทาง,,

 
 
 
ได้เวลาพิมพ์ ซะทีนะ
ไม่ใช่อะไรหรอก ขี้เกียจเฉยๆ 
บวกกับ ไม่มีเรื่องจะพิมพ์ สมองตื้อ คิดไรไม่ออก
เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ฉันได้เดินทางมาบ้านย่า
นั่งรถโดยสารมากับน้องสองคน
ตอนเย็นก่อนรถออก ไอ่น้องที่ขายตั๋วบอกว่า
" พี่รีบๆ มาก็ได้นะ ประมาณ ห้าทุ่มอ่ะพี่ บางที เขาขับเร็ว "
ฉันก็มาตามมันบอก เเต่มาก่อนเวลาที่น้องมันบอก สิบห้านาที
ให้เเม่มาส่ง คือขนกันมาเยอะ พอสมควร
คนที่จะเดินทางสองคน ฉันกับน้อง
คนมาส่งสามคน เเม่ พี่ พี่ ๕๕๕
นั่งรอๆ ๆ นานเหมือนกันนะ ห้าทุ่ม กว่าๆ ก็เเล้ว
รถยังไม่มาเลย ในใจก็ด่าไอ่น้องคนนั้นไป
เเม่ง ให้กูรีบมาทำไมวะเนี่ยยยย รอตั้งนาน
ห้าทุ่ม สามสิบห้านาที เย่ๆ ในที่สุด รถก็มา
ขึ้นรถกันๆ ๆ เเต่ปรากฎว่า ฉันยังไม่ได้นั่ง
เเต่ซักพักก็ได้นั่ง ดีใจๆ จะได้ไม่ต้องเอ๋อ คนเดียว ๕๕
ตอนเเรกก็คิดว่า ไม่นอนดีกว่าดูทางไปเรื่อยๆ
เเต่สุดท้ายก็หลับอยู่ดี คนบนรถนอนกันเงียบมากมาย
เเสงไฟเป็นเส้นๆ ตามทางเดินบนรถก็คอยปลุกผู้โดยสารเมื่อถึงเเต่ละสถานี
ฉันยังไม่รู้เลยว่า สถานีที่ฉันจะลงหน้าตามันเป็นยังไง
ในใจก็คิด ว่า เเล้วกูจะลงถูกไหมเนี่ยย
ส่วนน้องฉันไม่อยากจะเอ่ยถึงเลย
ขึ้นรถได้ เป็นต้องหลับตลอดทาง
เพราะความเมา(รถ) ของมัน
เลยคิดว่าพึ่งพาอาศัยอะไรไม่ได้เเน่ๆ อะไรๆ ก็กู
เวลาประมาณ ตีหนึ่งสามสิบนาที ถึง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์
รถได้จอดพักให้ผู้โดยสาร จับจ่ายตามอัธยาศัย
ฉันว่า เเถวนี้มันเปลี่ยวๆ ถึงขั้นเปลี่ยวมาก
เเต่ร้านอาหาร ร้านค้า ยังคงอ้าประตูต้องรับลูกค้าอยู่เลย
เกือบๆ ตีสองเเล้ว ผู้คนทยอยพากันขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อ
เเล้วฉันก็นอนต่อ หลับๆตื่นๆ ตลอดทางด้วยความระเเวง
เวลาผ่านไป ถึงประมาณ ตีสาม สามสิบนาที
ฉันเริ่มนั่งไม่ติดเบาะเเล้ว คิดตลอดว่ากูจะลงถูกไหมว้าา
ถ้านั่งเลยไปไม่ใช่ใกล้ๆเลย มุกดาหารเลยนะนั่น  ๕๕๕
ฉันรู้สึกอึดอัดยังไงไม่รู้เหมือนกัน
เพราะฉันไม่รู้ว่าฉันอยู่ที่ไหนเเล้วในเเผนที่ประเทศไทย
พอมีคนขึ้นรถจากสถานีที่เพิ่งจอด
ฉันจึงถามเขาว่าที่นี่ที่ไหนเเล้ว
พอเขาตอบฉันมานะ ความอึดอัดได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง
ค่อยยังชั่ว อย่างน้อยก็รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
ฉันต้องขอบคุณ คุณลุงหรือคุณน้า(ดีล่ะ) มากๆเลย
ประมานตีสี่กว่าๆ อาการนอนไม่ติดเบาะกลับมาอีกเเล้ว
ฉันจึงปลุกน้องให้ช่วยดูทางด้วย ว่าใกล้ถึงเเล้วใช่ไหม
มันตื่นไม่ถึงนาทีก็นอนต่อ เออ มึงนะมึง
เเต่ในที่สุด ก็ถึงสถานีปลายทางของฉัน
ลงจากรถก็โทรศัพท์ ไปหาอา ให้มารับ
ฉันมาถึงด้วยเวลา ตีสี่ สามสิบนาทีกว่าๆ
รออาๆ ๆ ก็ประมาณ ตีห้า นั่นไงมาซะที
บ้านย่าฉันไม่ได้อยู่ในอำเภอเมือง
ต้องนั่งรถต่อไปอีก สี่สิบสี่กิโลเมตร
นั่งไปได้ไม่นานก็ผ่านถนนที่สองข้างทางเป็นต้นสน
เฮ้อ อ   อะไรจะน่าถ่ายรูปขนาดนี้นะ ๕๕๕
มือใหม่ เครื่องกำลังร้อน บ้ากล้องนิดๆ
ถ่ายไม่ค่อยถูกใจตัวเองเท่าไหร่
เมื่อไหร่จะถ่ายได้สวยๆก็ไม่รู้
เเต่ไงก็สู้ตาย ซักวันฉันต้องทำให้ได้
ประมาณ ตีห้า สามสิบนาทีมั้ง ถึงบ้านย่าซะที
ลงจากรถได้ยิน เสียงไก่ เสียงนก ออกหากิน
ชอบบรรยากาศ ยามเช้าเเบบนี้จัง
เเต่ไม่เคยตื่นเช้าเพราะทำไม่ได้
เเต่ถ้านอนเช้า มาเเข่งกันไหมล่ะ ๕๕๕
เข้าบ้านไปตรงปี่ไปที่ห้องนอนทันที
เฮ้อ อ อ   ได้หลับเต็มตาซะทีนะฉัน
 
 
 
 
 
 
 
4月16日

ชีวิตวุ่นวายดีนะ,,

 
 
 
เย่ๆ ๆ ดีใจๆ ที่มีเรื่องมาพิมพ์อีกเเล้ว
ก็เพราะว่าดิสเพลย์เนมบนเอ็มเอสเอ็นนั่นเอง
ฉันตั้งไว้ว่า " ชีวิตวุ่นวายดีนะ "
อ่านเเล้วอาจจะคิดได้หลายด้าน
ทั้งบวก เเละลบ
เเต่สำหรับฉัน จะคิดให้เป็นบวกละกัน
ก็เพราะว่าชีวิตเราเนี่ย
บางทีอาจจะโชคดีถูกลอตเตอรี่
บางครั้งอาจจะโชคร้ายถูกไล่ออกจากงาน
บางคราวอาจจะทั้งโชคดีเเละโชคร้าย
ถูกเเฟนบอกเลิกเเต่ก็ดีเพราะเเฟนมันหลอกเรา
ฉันว่าดีนะ ที่อย่างน้อยๆ เลย
ก็มีเรื่องให้ครุ่นคิดบ้าง มีอะไรๆให้เราทำบ้าง
มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรให้เราทำเลยไม่ใช่หรอ
มันก็ยังดีกว่าชีวิตที่ไม่มีอะไรใหม่ๆเข้ามาเลยไม่ใช่หรอ
บางคนอาจจะประสบกับความโชคร้ายที่สุดอย่างไม่เคยเจอ
เเต่นั่นเเหละ คือบทพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า...
คุณจะดำเนินชีวิตหลังจากเหตุการณ์นี้ได้ไหม
ถ้าหากคุณผ่านสิ่งเลวร้ายนี้ไปได้
ฉันเชื่อว่า ไม่ว่าเราจะเจออะไรอีก จะดีหรือร้าย
เราย่อมผ่านจุดๆนั้นไปได้ด้วยดี ด้วยตัวเราเอง
มันทำให้หัวใจเราที่อ่อนล้าเเข็งเเรงขึ้น
มันทำให้หัวใจเราที่ไม่เคยประสบเรื่องร้ายๆยังเดินต่อไปได้
ฉันเองก็เป็นคนนึง ที่ประสบพบมันเเละผ่านไปได้
ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะถึงวันนี้
ถึงวันที่ฉันต้องสูญเสียคนใกล้ตัวที่ฉันละเลยไป
ฉันยอมรับว่า ฉันทำตัวไม่ดีกับเขาซักเท่าไหร่
เเต่มารู้อีกที เมื่อสายไปเเล้ว
มันรู้สึกผิดฝังใจเรื่อยมา นี่ก็จะปีนึงเเล้วนะ
ความรู้สึกผิดยังมีอยู่เหมือนเดิม
เพราะฉันย้อนเวลากลับไปไม่ได้อีกเเล้ว
ซึ่งมันก็คือความจริงที่ฉันต้องยอมรับ
เเต่ฉันก็ได้สัญญากับตัวเองไว้ว่า...
ฉันจะดูเเลเเละปฏิบัติตัวดีๆ ต่อคนที่ฉันรักให้ดีที่สุด
เพราะไม่รู้ว่าวันไหนที่เขาจะจากฉันไปอีก
ฉันยังได้รู้อีกว่า ทุกวันนี้หัวใจฉันเข้มเเข็งขึ้นมาก
เเละไม่ว่าจะเจออะไรๆ เลวร้ายเเค่ไหน
ฉันเชื่อว่า ฉันจะผ่านมันไปได้ด้วยตัวเอง
เเละฉันเชื่อว่า ฉันยังมีกำลังใจดีๆ อยู่ข้างๆมากมาย
เเล้วคุณล่ะ มองเห็นกำลังใจเล็กๆ ข้างๆบ้างไหม
ถ้าไม่เห็นลองมองดีๆสิ อย่างน้อยๆ ก็ฉันคนนึงล่ะ
 
 
 
 
 

4月15日

SOMEONE,,,

 
 
 
การได้ออกไปไหนมาไหนเนี่ย
ทำให้เราได้อะไรใหม่ๆ มาคิดนะว่าไหม
หลายวันเลยที่ฉันไม่มีอะไรจะอัพบล็อก
ไม่มีอะไรใหม่เข้ามาให้คิด
หนังสือที่เพิ่งซื้อก็ยังอ่านไม่จบ
เพราะความขี้เกียจ เเค่นั้นเองล่ะ
เเละก็เพราะมันมีอย่างอื่นให้จำเป็นต้องทำมากกว่า
วันๆ ฉันก็ไม่ได้ไปไหนเลย
ก็เลยไม่ค่อยมีอะไรให้คิดเท่าไหร่
เเต่ตอนนี้กลับมาบ้านเเล้วล่ะ
กลับมาเจอญาติๆ มากมาย
วันที่ สิบสี่ เมษายน เป็นวันครอบครัว
ที่บ้านฉันมีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่
ซึ่งก็ทำกันเป็นประจำในทุกๆ ปีอยู่เเล้ว
ทุกคนเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตา
ญาติผู้ใหญ่ รุ่นปู่ย่า ตายาย ยิ้มเเย้มมีความสุขน่าดู
ที่ได้เห็นลูกๆ หลานๆ กลับมาเยี่ยม
จากที่เเยกย้ายไปคนละที่ทาง
รุ่นลูกก็ไปทำงาน มีครอบครัว
ส่วนรุ่นหลานอย่างฉันก็ ไปเรียนต่อ
เทอมๆนึงเเทบไม่ได้กลับบ้านต้องรอวันหยุดยาวๆ
ปู่ย่า ตายาย ท่านคงจะมีความสุขมากเลยล่ะ
ที่ได้เห็นลูกหลานที่พวกเขาเลี้ยงดูมา
กลับมาบ้านเกิดเมืองนอน ไม่หลงลืมกัน
คงเคยได้ยินกันใช่ไหมว่า...
ไม่มีที่ใดสุขใจเท่าบ้านของเรา
ฉันเป็นเเค่เด็ก ตจว. คนนึงที่เคยเบื่อบ้าน
เมื่อถึงเวลาที่จะเข้ามหาวิทยาลัยนั้น
ก็อยากจะเลือกที่อยู่ไกลๆบ้าน ไกลญาติผู้ใหญ่
ก็เพราะความเบื่อหน่าย เบื่ออะไรๆที่บ้าน
เเต่เเล้วความคิดนั้นก็ได้หายไป
ก็เพราะยิ่งเวลาผ่านไป อะไรๆก็เริ่มเปลี่ยนเเปลง
ฉันก็คิดได้ จึงเลือกที่เรียนเเค่ในเมืองหลวงของเราก็พอ
เทอมเเรกฉันอยู่หอ เเถวๆมหาลัย
เรียนตั้งเเต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์
เเทบจะไม่ได้กลับบ้านเลย
เเล้วความคิดถึงบ้านของฉันก็เข้ามามีบทบาท
เห็นรูมเมทกลับบ้านเเล้วรู้สึกอิจฉา
อยากกลับบ้าง เเต่ไม่อยากขาดเรียน
เเต่เเล้วก็ได้เวลากลับ
เมื่อถึงวันหยุดเเต่มันก็หยุดเเค่ไม่กี่วัน
กลับไปอยู่บ้านยังไม่ทันได้หายใจเลย
ก็ต้องกลับมาเรียนอีกเเล้วหรอ
รู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อมากๆ
มันเหมือนไม่มีที่พึ่ง ไม่มีกำลังใจจะทำอะไร
เเละเเล้วเทอมสองก็ได้ย้ายข้าวของมาอยู่บ้านป้า
กลับมาตายรังอีกเเล้วสินะ ฉัน!!!
เเต่อุ่นใจดีนะ อย่างน้อยๆ
ก็รู้สึกว่า มันใกล้บ้านมากกว่า
เเล้วความรู้สึกรักบ้านของฉันก็เข้ามาเพราะ...
ที่บ้านฉันมีความรัก
ที่บ้านให้กำลังใจกับฉันเสมอ
ที่บ้านให้ความอบอุ่นกับฉันเสมอ
ที่บ้านไม่ทอดทิ้งฉัน พร้อมอ้าเเขนรับเสมอ
ที่บ้านมีคนที่ฉันรักเเละพวกเขาก็รักฉัน
เพียงเเค่นี้ ฉันก็มีความสุขเเล้ว
เเต่ก็ยังไม่พอหรอก เพราะว่า...
ฉันยังต้องการคนที่รักฉัน
เเละเป็นกำลังใจให้ฉันอิกซักคน
เเต่ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน
เเล้วเมื่อไหร่นะ ที่เราจะมองเห็นกันซักที...
 
 

 
第 1 张,共 5 张

MUSIC

 
MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com